Make your own free website on Tripod.com
การผสมเทียมปลาสวาย

 

 

         ปลาสวาย ( Pangasius sutchi Fowler ) เป็นปลาน้ำจืดไม่มีเกล็ดขนาดใหญ่มากชนิดหนึ่ง พบอยู่ในแถบประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว กัมพูชา เวียดนาม และประเทศไทย มีแหล่งกำเนิดในอินเดียและพม่า ต่อมาได้แพร่พันธุ์เข้าไปในประเทศอินโดนีเซียและไทย สำหรับประเทศไทย ปลาสวายอาศัยอยู่ในแม่น้ำเจ้าพระยา ท่าจีน ป่าสัก และแม่น้ำโขง รวมทั้งสาขาของแม่น้ำต่างๆดังกล่าว และพบอาศัยตามลำคลอง หนอง บึง ทั่วๆไป เช่น บึงบอระเพ็ด บึงสีไฟ ปลาสวายชอบอาศัยอยู่บริเวณที่เป็นอ่างน้ำนิ่ง และมีผักตบชวาขึ้นหนาแน่น แต่เป็นที่น่าสังเกตว่าไม่เคยมีรายงานหรือบันทึกว่า พบปลาสวายในแม่น้ำสายสำคัญอื่นๆ เช่น แม่น้ำแม่กลอง และแม่น้ำบางปะกงเป็นต้น นอกจากนี้ในแหล่งน้ำทางภาคใต้ของไทยก็ไม่มีรายงานว่า พบปลาสวายมาก่อนเลย
ปลาสวายเป็นปลาที่เลี้ยงง่าย โตเร็ว กินอาหารได้ทุกชนิด สามารถนำมาเลี้ยงในบ่อและเจริญเติบโตได้เป็นอย่างดี เป็นปลาที่แพร่พันธุ์ได้ตามธรรมชาติ แต่ปัจจุบันนี้พันธุ์ปลาสวายจากธรรมชาติมีจำนวนลดน้อยลงทุกที ไม่เพียงพอกับความต้องการของเกษตรกรที่จะนำไปเลี้ยง เนื่องจากประชาชนนิยมรับประทานมาก จึงจำเป็นจะต้องเพาะพันธุ์ปลาสวายให้ได้จำนวนมากๆ โดยวิธีการผสมเทียม ซึ่งจะต้องเตรียมงานและคำนึงถึงสิ่งต่างๆดังต่อไปนี้

การเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์ปลาสวาย
              ปัจจุบันนี้เกษตรกรมีการเลี้ยงปลาสวายเพื่อใช้เป็นพ่อแม่พันธุ์ และส่วนใหญ่นิยมเลี้ยงในกระชังเพราะให้ผลดีแน่นอนกว่า การเลี้ยงในกระชังจะปล่อยปลาในอัตราส่วนที่มากกว่าปกติคือ ประมาณ 3 ตัว/ 1 ตรม. แต่ถ้าเลี้ยงในบ่อใช้ 1 ตัว/ 2 ตรม. โดยปล่อยปลาที่มีขนาด 1 กก.ขึ้นไปในระยะแรกๆ ก่อนถึงฤดูเพาะฟักประมาณเดือนมกราคม จำเป็นจะต้องเพิ่มส่วนผสมของปลาเป็ดและสัดส่วนของอาหารดังนี้คือ ปลาเป็ด 3 ส่วน ข้าวสุก 3 ส่วน รำละเอียด 2 ส่วน หรือจะใช้เฉพาะปลาบดปั้นเป็นก้อนแต่เพียงอย่างเดียวก็จะยิ่งดี โดยให้ในอัตราส่วนร้อยละ 3 ของน้ำหนักปลา
ในกรณีที่เลี้ยงพ่อแม่ปลาในบ่อจำเป็นต้องเติมน้ำในบ่อเป็นประจำเพื่อชดเชยปริมาณที่ระเหยในแต่ละวัน พ่อแม่ปลาจะเริ่มมีไข่แก่ และน้ำเชื้อดีตั้งแต่เดือนเมษายนถึงตุลาคม พร้อมที่จะเพาะพันธุ์ได้โดยวิธีการผสมเทียม สำหรับในธรรมชาติฤดูวางไข่ของปลาอยู่ในช่วงหน้าฝน ราวเดือนพฤษภาคม-กันยายน โดยวางไข่ในแหล่งน้ำไหล กระแสน้ำไหลไม่แรงมากนัก ไข่ติดกับพันธุ์ไม้น้ำ และวัสดุอื่นๆ

การคัดเลือกพ่อแม่พันธุ์
             หลังจากที่เลี้ยงพ่อแม่ปลาให้สมบูรณ์เต็มที่แล้ว ต้องทำการคัดเลือกปลาตัวเมียที่มีไข่แก่เต็มที่ โดยสังเกตจากลักษณะของพ่อแม่พันธุ์ดังนี้
ตัวผู้ มีลักษณะท้องเรียบ ไม่นูน พื้นท้องแข็งกว่าตัวเมีย ลักษณะช่องเพศเป็นรูปวงรี แคบขนาดเล็ก สีแดงอ่อน และเมื่อใช้มือบีบบริเวณช่องเพศเหนือรูก้นเบาๆ จะมีน้ำเชื้อสีขาวไหลออกมา
ตัวเมีย มีส่วนท้องอูมเป่ง กลม นูน พื้นท้องนิ่มมาก ลักษณะช่องเพศเป็นรูปวงรี กว้างใหญ่กว่าตัวผู้ มีสีชมพู ถ้าไข่สุกเต็มที่เมื่อจับปลาขึ้นมาจากน้ำแล้วตรวจดูช่องเพศจะเห็นเมล็ดไข่สีเหลืองไหลออกมาจากช่องเพศ ในช่วงฤดูผสมพันธุ์จะสังเกตได้จากลักษณะภายนอกของปลาคือ ปลาตัวเมียจะมีส่วนท้องสีขาวเงิน วิธีทดสอบอีกวิธีหนึ่งก็คือ ใช้ท่อยางขนาดเล็กสอดเข้าไปในอวัยวะเพศของปลาตัวเมียแล้วดูดไข่ออกมาใส่ในชามแก้ว ส่องดูด้วยตา ไข่ที่ดีจะมีสีเหลืองอ่อน กลมใส แม่ปลาที่คัดเลือกแล้วนำมาขังในอวนเปล ซึ่งมีน้ำพ่นให้อากาศตลอดเวลา

ปริมาณฮอร์โมนที่ใช้
ใช้ฮอร์โมนจากต่อมใต้สมองของปลาสวาย ปลาไน โดยทำการฉีด 2 ครั้ง ระยะเวลาระหว่างครั้งแรก และครั้งที่ 2 ห่างกัน 8-12 ชม.ครั้งแรกใช้ปริมาณ 1 โดส ครั้งที่ 2 ใช้ปริมาณ 3 หรือ 4 โดส ใช้เวลาห่างกันครั้งละ 10 ชม.

วิธีการฉีดและวิธีที่ฉีด
             หลังจากคัดแม่ปลาได้แล้วก็ทำการชั่งน้ำหลักปลา เพื่อจะได้ใช้ต่อมได้ถูกต้อง จากนั้นจึงบดต่อมให้ละเอียด แล้วผสมน้ำกลั่นลงไป 1 ซีซี. บดให้ละเอียดอีกครั้งหนึ่ง จึงดูดสารละลายขึ้นมาฉีดเข้ากล้ามเนื้อของปลา ตำแหน่งที่นิยม คือ เข้ากล้ามเนื้อ เหนือเส้นข้างลำตัว ใต้ครีบหลังหรือตำแหน่งโคนครีบหู

การตรวจสอบก่อนการรีดไข่
             หลังจากฉีดเข็มที่สองไปแล้ว 8 ชม. ควรที่จะได้ทำการตรวจสอบแม่ปลาว่าพร้อมที่จะผสมพันธุ์หรือไม่ โดยการจับแม่ปลาขึ้นมาแล้วเอามือแตะหรือบีบเบาๆ ที่บริเวณท้อง ถ้าแม่ปลาที่พร้อมจะวางๆไข่ได้ จะเห็นมีไข่ลักษณะสีเหลืองไหลออกมา จากความชำนาญหรือประสบการณ์ บางครั้งไม่จำเป็นที่จะต้องเอามือแตะหรือกด เพียงแค่จับปลาดูก็พอจะทราบว่าพร้อมที่จะรีดได้หรือไม่ โดยสังเกตดูก็รู้ เพระว่าปลาที่พร้อมที่จะรีดไข่ได้ จะสั่น หรือเกร็งคล้ายกับจะบอกว่าเต็มที่แล้ว

การรีดไข่ผสมกับน้ำเชื้อ
             เมื่อตรวจสอบดูว่าแม่ปลาพร้อมที่จะรีดไข่ได้แล้ว ให้จับแม่ปลาขึ้นมาเอาผ้าเช็ดตัวให้แห้ง จับปลาให้ส่วนหัวสูงและให้ส่วนท้องคว่ำลง จับให้กระชับกับลำตัว แล้วใช้มือรีดไล่จากส่วนบนของปลาทางด้านท้องลงมาทางส่วนหาง ไข่จะหลุดออกสู่ภาชนะที่รองรับ จากนั้นจึงจับปลาเพศผู้ขึ้นมาเช็ดตัวให้แห้ง กระทำวิธีการเดียวกัน รีดน้ำเชื้อลงผสม แล้วใช้ขนไก่คนประมาณ 1-2 นาที ใส่น้ำลงไป เนื่องจากไข่ปลาสวายเป็นไข่ติด จึงจำเป็นต้องคนอยู่ตลอดเวลาอีกประมาณ 1-2 นาที รินน้ำทิ้ง เพิ่มน้ำใหม่เข้าไป และคนอยู่ตลอดเวลา นำไข่ที่ได้จากการผสมน้ำเชื้อไปเพาะฟักต่อไปการฟักไข่ปลา

การฟักไข่ปลาสวายอาจจะกระทำได้สองวิธีด้วยกันคือ
             1. ฟักไข่ในอวนเปลโอล่อนแก้ว โดยการขึงกระชังในบ่อ แล้วนำไข่ปลาสวายที่ได้รับการผสมน้ำเชื้อและล้างสะอาดแล้วไปเทลาดในกระชัง เนื่องจากไข่ปลาสวายเป็นไข่ติดและเพื่อให้ไข่ติดทุกด้านของกระชัง ให้ใช้มือตีหรือกวนน้ำขณะที่ลาดไข่ ไข่จะกระจายไปติดทุกด้านของกระชัง และปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 24-30 ชม. ไข่ที่ติดกับกระชังก็จะฟักออกเป็นตัว การสังเกตว่าไข่ดีหรือไม่นั้น ให้สังเกตจากสีของไข่ ไข่ดีจะใส ไข่ที่ไม่ดีจะมีสีขาวขุ่น
             2. ฟักไข่ในกรวยเพาะฟัก การฟักไข่ในกรวยเพาะฟัก กระทำได้โดยการทำให้ไข่เป็นไข่ติดเสียก่อน วิธีการง่ายๆก็คือ แทนที่จะใช้น้ำใสล้างไข่ปลาหลังจากการผสมน้ำเชื้อแล้วให้ใช้น้ำโคลนล้างแทน โดยใช้โคลนประมาณ 1-2 กำมือ ละลายน้ำ 10 ลิตร ปล่อยให้ตกตะกอน นำน้ำที่ได้จากการตกตะกอนมาล้างไข่ปลา วิธีการง่ายๆดังกล่าวทำให้ไข่ปลาที่ตามธรรมชาติเป็นไข่ติด กลายเป็นไข่ไม่ติด ปล่อยไข่ทิ้งไว้ในกรวยซึ่งมีน้ำไหลวนอยู่ประมาณ 24-30 ชม. ไข่ก็จะฟักออกเป็นตัว

การอนุบาลลูกปลา
             หลังจากที่ไข่ฟักออกเป็นตัวหมดแล้ว ให้ย้ายลูกปลาวัยอ่อนออกจากที่เพาะฟัก เพราะมิฉะนั้นแล้วเปลือกไข่ที่แตกจะย่อยสลาย ทำให้น้ำเน่าเสีย และอาจทำให้ลูกปลาวัยอ่อนตายหรือเกิดโรครา ลูกปลาที่เกิดใหม่ๆจะยังไม่กินอาหาร ทั้งนี้เพราะใช้อาหารจากถุงไข่แดงที่ติดอยู่กับตัวปลา เมื่อลูกปลาอายุ 1 วัน ถุงไข่แดงจะยุบ จึงเริ่มให้อาหารสมทบ

การอนุบาลลูกปลามีหลายวิธีด้วยกันคือ
            1. อนุบาลในตู้กระจก
            2. อนุบาลในอวนเปลที่แขวนลอยในบ่อ
            3. อนุบาลในถังซีเมนต์กลม
            4. อนุบาลในบ่อดิน
            การอนุบาลลูกปลาทั้ง 4 วิธีการนั้น ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมและความสะดวกของผู้ทำการ อย่างไรก็ตามจุดมุ่งหมายของการอนุบาลก็คือ ต้องการให้ได้ลูกปลามีอัตราการรอดสูง ปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการอนุบาลก็คือ เรื่องอาหารซึ่งจะต้องเป็นอาหารที่มีความละเอียดอ่อน และมีปริมาณเพียงพอ ตลอดจนความสะอาดซึ่งถ้าหากทำการอนุบาลโดยวิธีที่ 1,2 และ 3 แล้วจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องถ่ายเทน้ำอยู่เสมอ เพื่อไม่ให้อาหารตกค้าง อันอาจจะทำให้น้ำเน่าเสีย ปลาเป็นโรคและถึงตาย อาหารที่ให้นั้นให้พวกไข่แดงต้มบดให้ละเอียดสลับกับการให้ลูกไร โดยเฉพาะไรแดง ซึ่งปลาสวายต้องการมาก การให้อาหารไข่แดงนั้นมีหลักอยู่ว่าให้แต่ละครั้ง น้อยๆแต่ให้บ่อยครั้งประมาณ 2 ชม. ครั้ง
ปัจจุบันนี้การอนุบาลด้วยวิธีทั้ง 3 ไม่เหมาะสมและไม่นิยมมากนักเพราะสิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย ผู้เลี้ยงจึงนิยมอนุบาลลูกปลาในบ่อดิน โดยทำตามขั้นตอนต่อไปนี้
           1. ทำความสะอาดบ่อที่จะทำการอนุบาลเพื่อทำลายศัตรูปลา ใส่ปุ๋ยคอกและปูนขาว
           2. เพิ่มระดับน้ำประมาณ 20 ซม.ทิ้งไว้ประมาณ 1 สัปดาห์ จึงเพิ่มระดับน้ำตามต้องการ
           3. ก่อนที่จะนำลูกปลาวัยอ่อนไปปล่อย ควรจะกำจัดแมลงโดยเฉพาะมวน กรรเชี ยง ใช้น้ำมันโซล่าประมาณ 1 แกลลอนต่อเนื้อที่บ่อ 1 ไร่ สาดให้ทั่วบ่อตอนกลางวันที่แดดจัด
           4. นำลูกปลาวัยอ่อนไปปล่อยในอัตราประมาณ 5 แสนตัวต่อไร่
           5. ใช้ไข่แดงต้มบดละเอียด สาดให้กินทั่วบ่อวันละหลายๆครั้ง ครั้งหนึ่งประมาณ 5 ฟอง
           6. หลังจากนั้นประมาณ 1-2 สัปดาห์จึงเริ่มให้ปลาเป็ดบดละเอียดให้กิน
           7. ด้วยวิธีการดังกล่าวในระยะเวลา 1 เดือน จะได้ลูกปลายาวประมาณ 2 ซม.อัตรารอดตายประมาณร้อยละ 50

การลำเลียงและขนส่งลูกปลาสวายวัยอ่อน
          ช่วงระยะเวลาในการลำเลียงขนส่งลูกปลาสวายวัยอ่อน ควรจะลำเลียงหลังจากฟักออกเป็นตัวแล้วประมาณ 10 ชม. เพราะลูกปลาในช่วงนี้แข็งแรงและลูกปลายังใช้อาหารจากถุงไข่แดง การลำเลียงควรจะลำเลียงในตอนเย็นหรือตอนเช้า ซึ่งอุณหภูมิไม่สูง ลำเลียงโดยอัดในถุงพลาสติกอัดลม ในปริมาตรน้ำ 2 ลิตร สามารถที่จะลำเลียงลูกปลาได้ประมาณ 3,000-4,000 ตัว