Make your own free website on Tripod.com

 

 

 

 

 

ปลาตะเพียนขาว (Puntius gonionotus Bleeker ) เป็นปลาน้ำจืดพื้นบ้านที่มีอยู่ทั่วไปในประเทศไทย และในต่างประเทศ เช่น อินโดนีเซีย เวียดนามและศรีลังกา ปลาตะเพียนขาวสามารถเจริญเติบโตได้ดีในน้ำกร่อย ที่มีความเค็มไม่เกิน 7 ส่วนในพัน เป็นปลาที่เลี้ยงง่าย กินพืชเป็นอาหาร อาศัยได้ดีทั้งในน้ำไหล เช่น ในแม่น้ำ น้ำนิ่ง อ่างเก็บน้ำ นาข้าว ปลาตะเพียนขาวแพร่พันธุ์ในบ่อได้เมื่อสภาพอำนวย เช่น การถ่ายเทน้ำใหม่เข้าบ่อ หรือในช่วงที่มีฝนตก เป็นต้น
การรวบรวมพันธุ์ปลาจากธรรมชาติ
โดยธรรมชาติจะพบปลาชนิดนี้อาศัยอยู่ในบริเวณที่มีพันธุ์น้ำ เช่น บริเวณที่มีผักบุ้ง ผักกะเฉด เราสามารถรวบรวมพันธุ์ได้ 2 ลักษณะด้วยกันคือ
       1. รวบรวมปลาตะเพียนขาวขนาดเล็ก เพื่อนำมาเลี้ยงต่อในบ่อเลี้ยงปลา เมื่อปลามีอายุครบ 1 ปี ก็สามารถใช้เป็นพ่อแม่พันธุ์ได้
       2. รวบรวมพ่อแม่พันธุ์ขนาดใหญ่ ถ้าหากรวบรวมในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายน ซึ่งป็นระยะที่ฝนเริ่มตกจะได้พ่อแม่พันธุ์ปลาที่พร้อมจะแพร่ขยายพันธุ์วางไข่

การเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์ปลาตะเพียนขาว
         ลักษณะบ่อที่ใช้เลี้ยงพ่อแม่พันธุ์ให้ได้ผลดี ควรเป็นบ่อที่มีความอุดมสมบูรณ์ น้ำไหลถ่ายเทได้ดีหรือมีการสูบน้ำเพิ่มทุก 5-7 วัน ถ้าบ่ออยู่ในที่มีการชลประทานดี สามารถระบายน้ำเข้าออกได้ตลอดเวลา จะทำให้ปลาสมบูรณ์พร้อมที่จะเป็นพ่อแม่พันธุ์ได้ ควรใส่ปุ๋ยคอกในบ่อประมาณ 50-100 กก./ไร่ เพื่อช่วยเพิ่มอาหารธรรมชาติ

บ่อปลาตะเพียน ควรแบ่งเป็น 2 ชนิด
       1. บ่อวางไข่ ลักษณะควรเป็นดินเหนียวปนทราย หรือดินดานแข็งไม่มีเลนตม ขนาดบ่อกว้าง 15 เมตร ยาว 30 เมตร ลึกน้ำขังได้ 1-2 เมตร บ่อวางไข่ควรอยู่ใกล้ชิดกับคูส่งน้ำ ให้ไหลเข้าบ่อได้ ก็จะทำให้สะดวกในการเพาะยิ่งขึ้น
       2. บ่อเลี้ยง ควรให้มีน้ำขังสูง 1.5 ม.เป็นอย่างน้อย และมีน้ำอยู่ตลอดปี ส่วนขนาดความกว้างความยาวของบ่อ ขึ้นอยู่กับจำนวนที่เราปล่อยลงเลี้ยงในบ่อ ในเนื้อที่ผิวน้ำ 1 ตรม. ไม่ควรปล่อยปลาตะเพียนเกินกว่า 2 ตัว เพราะจะทำให้ปลาโตช้า และทำให้น้ำเสียได้ง่าย โดยปกติแล้วในบ่อเลี้ยงพ่อแม่นิยมปล่อยพ่อแม่พันธุ์ในอัตรา 2 ตรม.ต่อตัว หรือไร่ละประมาณ 500-800 ตัว ซึ่งปลาที่ปล่อยลงในบ่อควรแยกเลี้ยงพ่อปลากับแม่ปลาคนละบ่อ เพื่อป้องกันการผสมกันเอง และสะดวกในการจับ นอกจากนี้ยังสามารถขุนอาหารแม่ปลาให้เจริญเติบโต มีการสร้างไข่ได้เต็มที่
ในการให้อาหารปลานั้นอาจให้ปลายข้าว 1 ส่วน รำ 2 ส่วน ผักต่างๆ 4 ส่วน นำมาผสมให้เข้ากัน ปริมาณอาหารที่ให้คิดเป็น นน.อาหารแห้งประมาณร้อยละ 3 ของน้ำหนักปลาที่เลี้ยงในบ่อ นอกจากนี้ยังอาจให้อาหารสมทบประเภทพืช เช่น ผักบุ้ง แหน ไข่น้ำ ผักกาดหรือพืชผักต่างๆ และกากถั่ว โดยให้อาหารวันละ 1-2 ครั้ง ในตอนเช้าและตอนเย็น ควรมีการขุนปลาไว้ก่อนถึงฤดูผสมพันธุ์ประมาณ 2-3 เดือน ให้อาหารที่มีคุณค่าและมีการถ่ายเทน้ำบ่อยๆ เพื่อเป็นการกระตุ้นให้ปลาพร้อมที่จะวางไข่

การคัดเลือกพ่อแม่พันธุ์ปลาตะเพียน
          พ่อแม่พันธุ์ที่ใช้เพาะมักจะคัดได้จากบ่อเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์ ซึ่งเจตนาเลี้ยงไว้เพาะโดยตรง เนื่องจากพ่อแม่พันธุ์ปลาสมบูรณ์แข็งแรงดี และได้รับอาหารที่มีคุณค่าใช้ในการสร้างไข่และน้ำเชื้อทำให้การเพาะขยายพันธุ์ได้ผลดีกว่าใช้พ่อแม่พันธุ์ปลาที่รวบรวมได้จากธรรมชาติโดยตรง
ลักษณะภายนอกของปลาตัวผู้และตัวเมีย คล้ายคลึงกันมาก แต่เมื่อถึงฤดูใกล้ผสมพันธุ์ เราสามารถสังเกตและคัดเลือกพ่อแม่พันธุ์ได้ดังนี้คือ
ปลาตัวเมียจะมีท้องอูมเป่ง พื้นท้องนิ่ม ส่วนท้องจะกว้างกว่าของปลาตัวผู้ มองทางด้านหลังของตัวปลาจะเห็นท้องยื่นออกมาจากด้านข้างทั้งสองด้าน ช่องเพศมีสีแดงเรื่อๆ และรูก้นกว้างกว่าปกติ ถ้าคัดแม่ปลาน้ำหนักขนาดตั้งแต่ 200 ก.ขึ้นไป ลูกปลาจะมีอัตรารอดตายสูง
ปลาตัวผู้ลักษณะลำตัวเรียวยาว ท้องแบน ถ้าเอามือแตะที่ท้องเบาๆ จะมีน้ำเชื้อสีขาวข้นไหลออกมา

อุปกรณ์ที่ใช้ในการเพาะฟัก
       1. บ่อปูนหรือบ่อดินใช้สำหรับแขวนลอยอุปกรณ์ในการฟักไข่ปลา
       2. อวนตาห่างใช้สำหรับใส่พ่อแม่ปลาหลังจากการฉีด ซึ่งแขวนลอยในอวนเปลไนล่อน
       3. อวนเปลไนล่อนซึ่งแขวนลอยในบ่อดินหรือบ่อปูน เพื่อรองรับไข่ที่ได้รับจากการผสม
       4. กรวยเพาะฟักไข่ปลา
       5. อุปกรณ์ในการผสมเทียม

ฮอร์โมนและปริมาณฮอร์โมนที่ใช้
            ฮอร์โมนที่ใช้ในการผสมเทียมปลาตะเพียนขาวเป็นฮอร์โมนจากต่อมใต้สมองของปลา ซึ่งอาจจะได้มาจากปลาจีน ปลายี่สกเทศ ปลาไน ปลาสวาย ปลาสลิด หรือจากปลาตะเพียนเอง
สำหรับปลาตะเพียนขาวนั้น แตกต่างจากปลาชนิดอื่น คือ หลังจากฉีดครั้งแรก 4 ชั่วโมง ก็สามารรีดไข่ได้ ปริมาณฮอร์โมนที่ใช้ประมาณ 2 โดส

การฉีดฮอร์โมน
           หลังจากคัดเลือกแม่ปลาที่มีความอุดมสมบูรณ์พร้อมที่จะผสมพันธุ์แล้ว จึงนำมาทำการฉีด ก่อนฉีดชั่งน้ำหนักแม่ปลาเสียก่อน ทั้งนี้เพื่อจะใช้จำนวนต่อมใต้สมองจากปลาได้ถูกต้อง เมื่อคำนวณต่อมได้แล้ว จึงทำการบดในโกร่งบดแล้วผสมน้ำกลั่นลงไปปริมาณ 1 ซีซี. เมื่อบดละเอียดแล้ว ใช้เข็มดูดขึ้นมา แล้วฉีดเข้ากล้ามเนื้อของแม่ปลา

ตำแหน่งและช่วงเวลาในการฉีด
           สำหรับบริเวณที่ฉีด คือ บริเวณกล้ามเนื้อใต้ครีบหลัง โดยแทงเข็มเข้าใต้เกล็ดทะแยงเล็กน้อย อย่าให้ลึกนัก หรือจะฉีดตรงบริเวณส่วนท้ายของส่วนครีบหลังก็ดี เพราะเป็นส่วนที่ไม่มีเกล็ด ทำให้สะดวกและง่ายต่อการฉีด สำหรับช่วงเวลาในการฉีด เนื่องจากเราฉีดเพียงครั้งเดียว จึงควรทำการฉีดฮอร์โมนในช่วงเช้า เพราะหลังจากฉีดฮอร์โมนแล้วประมาณ 4-6 ชม. ปลาก็วางไข่หรือแม่ปลาสามารถรีดไข่ผสมกับน้ำเชื้อได้

การผสมพันธุ์วางไข่
การผสมพันธุ์วางไข่ของปลาตะเพียนหลังจากฉีดฮอร์โมนแล้ว กระทำได้ 2 วิธีคือ
      1. วิธีปล่อยให้ปลาไล่กันเอง
      2. วิธีนำปลาขึ้นมารีดไข่ผสมกับน้ำเชื้อ
            การปล่อยให้ปลาไล่กันเอง กระทำดังต่อไปนี้ นำปลาเพศเมียที่ได้จากการฉีดฮอร์โมนแล้วไปปล่อยลงในกระชังอวนตาห่าง ซึ่งแขวนลอยอยู่ในอวนตาถี่อีกชั้นหนึ่ง แล้วนำปลาเพศผู้มาใส่ลงในกระชังเดียวกัน เนื่องจากปลาตะเพียนในธรรมชาติเป็นปลาฝูง และการผสมพันธุ์นั้น ปลาเพศผู้จะมากกว่าปลาเพศเมีย ดังนั้นวิธีการดังกล่าวจึงต้องปล่อยปลาเพศผู้มากกว่าปลาเพศเมียหลังจากการปล่อยแล้ว ควรจะพ่นน้ำบนบ่อที่กระชังแขวนลอย หลังจากนั้น 4 ชั่วโมง ปลาตัวผู้จะไล่ปลาตัวเมียเพื่อผสมพันธุ์ โดยใช้ปากดุนบริเวณท้องของปลาเพศเมีย จนกระทั่งปลาเพศเมียปล่อยไข่ออกมาเป็นทางยาว ในขณะเดียวกันปลาเพศผู้ก็จะปล่อยน้ำเชื้อออกมาผสม
           วิธีนำปลาขึ้นมารีดไข่ผสมกับน้ำเชื้อ หลังจากฉีดฮอร์โมนไปแล้ว 4 ชั่วโมงจึงจับปลาเพศเมียขึ้นมารีดไข่ใส่ลงภาชนะที่รองรับไข่ แล้วจึงจับปลาเพศผู้ขึ้นมารีดน้ำเชื้อลงผสม ใช้ขนไก่คนเบาๆ เพื่อให้ไข่และน้ำเชื้อผสมกัน ใส่น้ำลงไปคนอีกประมาณ 1-2 นาที รินน้ำทิ้ง รินน้ำใหม่ลงไปแล้วจึงนำไข่ที่ได้รับการผสมน้ำเชื้อแล้วไปเพาะฟัก

การฟักไข่ปลา
การฟักไข่ปลา กระทำได้หลายวิธีด้วยกัน ดังต่อไปนี้
       1. หลังจากปล่อยให้พ่อแม่ปลาไล่วางไข่ในกระชังอวนตาห่างแล้ว ให้ยกเอาอวนตาห่างซึ่งมีพ่อแม่ปลาออก ไข่ที่ได้จากการเพาะฟักอยู่ในอวนมุ้งตาถี่โอล่อนแก้ว เนื่องจากไข่มีออกมา มีจำนวนมาก ให้แบ่งไข่ออกไปเพาะฟักในอวนเปลโอล่อนแก้วที่เตรียมไว้ เป็นการป้องกันการสูญเสียการฟักไข่ในอวนโอล่อนแก้วนี้ ใช้เครื่องให้อากาศช่วยหรือใช้ท่อเอสล่อน ท่อเป็นรูปสี่เหลี่ยมตามขนาดของกระชัง ที่ท่อดังกล่าวเจาะรูแล้ววางลงก้นกระชัง ต่อท่อกับวาวเปิดปิดน้ำ เมื่อจะใช้เพาะฟักเปิดวาวเพื่อให้น้ำไหลลงท่อเอสล่อนดังกล่าว ซึ่งจะทำให้ไข่ปลาไหลเวียนตลอดเวลา อันเป็นการเพิ่มอัตราการฟักเป็นตัวสูงขึ้น
       2. หรือนำไข่ปลาที่ได้จากการรีดหรือการไล่ไปเพาะฟักในกรวยเพาะฟัก เมื่อปลาฟักออกเป็นตัวใหม่ๆ จึงย้ายลูกปลาไปลงในกระชังผ้าโอล่อนแก้วอีกทีหนึ่ง

การอนุบาลลูกปลา
            ลูกปลาที่ฟักออกเป็นตัวใหม่ๆ จะโปร่งใส มีความยาวประมาณ 3 มม. และมีถุงอาหารติดอยู่ ดังนั้นไม่จำเป็นต้องให้อาหาร เมื่อลูกปลาอายุได้ 1 วัน ถุงไข่แดงจะยุบและจะเริ่มกินอาหารธรรมชาติในบ่อ ระยะนี้ควรให้อาหารเพิ่มเติมโดยให้อาหารพวกไข่แดงต้มสุก บดละเอียด ละลายน้ำให้ลูกปลากิน วันละ 3 เวลา คือ เช้า กลางวัน และเย็น ให้กินประมาณ 4 วัน ก็นำไปเลี้ยงในบ่ออนุบาล ซึ่งเป็นบ่อดินที่ใส่ปุ๋ยเตรียมไว้ ขนาด 200-400 ตรม. บ่อลึก 1.5 ม. โดยในบ่อมีน้ำลึกประมาณ 70 ซม.และมีการถ่ายเทน้ำได้พอสมควร สำหรับการอนุบาลควรปล่อยลูกปลาตะเพียนขาวที่อายุประมาณ 4 วัน ลงในบ่อ 200 ตรม. ปล่อยได้ประมาณ 1 - แสนตัว อาหารที่ให้ในการอนุบาลลูกปลาในบ่อดินประกอบด้วย รำละเอียด โดยการโรยให้ทั่วบ่อวันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น จะทำให้ลูกปลาโตเร็วขึ้น

ปัญหา
          ปัญหาทั่วไปที่พบอยู่บ่อยๆ ได้แก่ ปลาไม่เจริญเติบโตเท่าที่ควร เนื่องจากขาดการดูแลเอาใจใส่ในการถ่ายเทน้ำ ทำให้ปลาเป็นโรค หรือมีพยาธิ เช่น เห็บปลา หนอนสมอ นอกจากนี้ปัญหาใหญ่อีกประการหนึ่งก็คือ ศัตรูของปลา ซึ่งทำให้จำนวนลูกปลาลดลง ได้แก่ ปลาช่อน ปลาดุก กบ ฯลฯ


ปลาตะเพียนขาว